หู อวัยะที่ถูกละเลย

หู เป็นอวัยวะที่ใช้เพื่อการดักคลื่นเสียงและเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทการได้ยิน หูมีหน้าที่ 2 ประการ คือ การได้ยินหรือการรับฟังเสียงโดยสามารถแยกความแตกต่างของคลื่นเสียงได้ และการทำหน้าที่ทรงตัว รักษาสมดุลของร่างกาย หูของคนเราแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ หูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน โดยเสียงจะต้องเดินทางผ่านหูทั้ง 3 ชั้นและผ่านทางเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 ไปสู่สมองทำให้เราได้ยินเสียงขึ้น และรับรู้ว่าเป็นเสียงอะไร

ผู้คนส่วนใหญ่มักละเลยการดูแลสุขภาพของหู อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก กำหนดให้วันที่ 3 มีนาคมของทุกปี เป็น วันการได้ยินโลก เพื่อรณรงค์กระตุ้นเตือนให้ประชากรโลกตระหนักถึงความสำคัญของการได้ยิน และการป้องกันการสูญเสียการได้ยิน หรือหูเสื่อม ปัจจุบันทั่วโลกมีประชากรที่มีปัญหาการได้ยิน 360 ล้านคน ในประเทศไทยพบผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยินกว่า 2.7 ล้านคน โดยกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานมีแนวโน้มหูเสื่อมมากขึ้น ซึ่งปัญหาการสูญเสียการได้ยิน มีหลายสาเหตุ เช่น จากกรรมพันธุ์ การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส อุบัติเหตุกระทบกระแทกทางศีรษะ ประสาทหูเสื่อมเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือจากการทำงานหรือไปเที่ยวในสถานที่เสียงดัง รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เช่น การใส่หูฟังเป็นเวลานาน การคุยโทรศัพท์เสียงดังเกินไป โดยกลุ่มเสี่ยงสูงคือกลุ่มคนที่ทำงานในที่มีเสียงดังเกิน 85 เดซิเบล ติดต่อกันเกิน 8 ชั่วโมง อาการเบื้องต้นของผู้ป่วยมีปัญหาการสูญเสียการได้ยิน คือการได้ยินเสียงดังผิดปกติในหู เช่น ได้ยินเป็นเสียงซ่าๆ เหมือนเสียงสัญญาณทีวี. เสียงเหมือนน้ำไหลเสียงคล้ายเสียงจิ้งหรีด หรือรู้สึกว่าการได้ยินแย่ลงกว่าเดิม ซึ่งหากมีอาการเบื้องต้นเหล่านี้ ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุ เช่น มีขี้หูอุดตัน หรือแก้วหูทะลุหรือไม่ การตรวจการได้ยิน หากพบว่าประสาทหูเสื่อม ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้คือการป้องกันไม่ให้เสื่อมมากขึ้น หรือชะลอการเสื่อม ทั้งนี้ หากพบว่าประสาทหูเสื่อมมากจนมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การเรียนหรือการทำงาน การแก้ไขมี 2 วิธี คือ การใช้เครื่องช่วยฟัง และการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมในกรณีที่ใช้เครื่องช่วยฟังไม่ได้ผล. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth